
การยืดและยุบตัวของรถประหลาด
แม้สามล้อก็ขอลุย
สาเหตุที่มันต้องยุบตัว
ก็เนื่องจากมันหนักไงหละครับ เมื่อดับเครื่องยนต์ปั๊มน้ำมันLHMก็ไม่ทำงาน
แรงอัดสะสมก็น้อยลง โดนแรงโน้มถ่วงดึงลงมาตามน้ำหนักรถไงครับ มันจึงทรุดตัวลงหนะครับ
เอาหละครับ ที่นี้มียุบก็มียืดบ้างสินะครับ คนเรา เอ้ย!!!! รถของเรา
อิอิ
ตามที่ว่าไปแล้วนะครับว่ารถแปลกที่ว่านี่มีระบบปั๊มน้ำมันแรงดันสูง
คอยอัดน้ำมันเข้าไปที่ลูกตุ้มของทุกล้อน่ะครับ รถมันก็จึงลอยตัวขึ้นหนะครับ
ที่นี้มาว่าถึง แล้วทำไมมันถึงวิ่งไปทั้งสามล้อ หรือ ยางแตก ยางแบน
หรือไม่เอายางไม่เอาล้อไปด้วยก็ไม่สนได้
ก็เนื่องจากว่าระบบนี้ใช้การสร้างแรงดันแล้วส่งต่อไปที่ส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง
(แต่ในที่นี้ขอว่าเฉพาะเรื่องช่วงล่างก่อนนะครับ) รถแปลกนี่มีตัวที่คอยทำหน้าที่ส่งผ่านน้ำมันLHMแรงดันสูงไปที่ตุ้มของแต่ละล้อ
เพื่อปรับความสูงของระดับตัวถังด้านชายล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
(ดังนั้นจะมีที่ข้างหน้าอันนึง และ ด้านหลังอีกอันนึงนะครับ) ตัวที่ว่านี่ชื่อว่าCorrectorหนะครับ
ปกติเราจะต้องปรับระดับความสูงใต้ท้องรถทั้งด้านหน้าและหลังให้ได้ระดับระนาบที่พองามก่อนนะครับ
(อันนี้สำคัญครับ) โดยปรับตั้งที่ตัวจับเชื่อมกับเหล็กกันโคลง ไปยังที่คอร์เร็กเตอร์นั่นเลยครับ
ต่อมาการขึ้นลงของตัวถัง
เมื่อมีคนนั่ง
ตัวรถจะยุบตัวลงตามน้ำหนักของผู้โดยสารก่อน แล้วมันก็จะลอยขึ้นมาที่ระดับเดิมที่ตั้งไว้
ทีนี้ การที่มันลอยได้ก็เนื่องจากว่า ตัวคอร์เร็กเตอร์จะมีวาล์วแบบสไลด์ตัวไปมาได้
โดยอาศัยเหล็กกันโคลงเป็นตัวช่วยในการกำหนดการเปิดวาล์วแบบสไลด์ได้นี้
เมื่อมีน้ำหนักกดลงมาที่ตัวรถ มันจะกดเหล็กกันโคลงให้หมุนเปลี่ยนมุมไปด้วย
ซึ่งการหมุนของเหล็กกันโคลงนี้เองที่จะไปทำให้ก้านเหล็กเส้นเล็กๆ
ให้เขี่ยก้านโยกวาล์วให้สไลด์แล้วเปิดรูวาล์วให้น้ำมันแรงดันสูงไหลผ่านเข้าไปในกระบอกช๊อค
โดยมีคอร์เร็คเตอร์เป็นผู้จ่ายน้ำมันLHMแรงดันสูงให้และควบคุมปริมาณน้ำมันLHMแรงดันสูงนี้ด้วยนะครับ
ดังนั้นเมื่อน้ำมันไหลเข้าไปในกระบอกช๊อคแล้ว น้ำมันก็จะไปดันลูกสูบของแกนช๊อคขึ้นไปน่ะครับ
ทำให้ตัวถังรถยืดตัวขึ้นตามไป (ช๊อคจะยึดติดไว้ที่โครงตัวถังครับ)
เมื่อยืดไปจนได้ระดับที่ตั้งไว้แต่แรกแล้ว วาล์วรูน้ำมันก็จะเลื่อนตัวมาปิดทางผ่านของน้ำมันLHMนี้ครับ
(เพราะเหล็กกันโคลงจะเลื่อนเปลี่ยนมุมตามไปด้วยจนวาล์วแบบสไลด์เลื่อนมาปิดช่องทางไหลของน้ำมันLHMลง)
มันก็หยุดการยืดตัวต่อไปอีกอย่างไรหละครับ
ทีนี้
!!! การยืดตัวและยุบตัวนี้เราก็สามารถควบคุมสั่งการได้ โดยมีก้านควบคุมในห้องโดยสารเอาไว้ให้เลื่อนเล่นแก้เครียด
เอ้ย! เอาไว้ให้เลื่อนตามความจำเป็นที่ต้องใช้นะครับ(ยังไม่ขอเล่าถึงข้อจำเป็นที่ต้องใช้เลื่อนนะครับเดี๋ยวจะยาวเกินไป)
(อ้อ!บางรุ่นจะใช้สวิตช์ไฟฟ้าสั่งการก็มีนะครับ) โดยที่ด้านล่างของก้านควบคุมความสูงของรถนี้จะต่อลงไปด้านใต้ท้องรถครับ
และ จะมีก้านเหล็กสปริงต่อไปที่คอร์เร็กเตอร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังอีกที่นึง
เพื่อไปเขี่ยปรับระดับวาล์วที่คอร์เร็กเตอร์ให้เปิดออก ให้น้ำมันLHMแรงดันสูงไหลผ่านเข้าไปตามระดับที่เราปรับจากก้านโยกในห้องโดยสารอีกทีนึงน่ะครับ
ทีนี้
ขอมาว่าถึงเรื่องที่ทุกท่านอยากทราบกันเลยดีกว่านะครับ ว่าทำไมสามล้อก็บ่อหยั้น
ไปได้สบาย (แต่ไม่ควรทำครับ เนื่องจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ล้ออื่นๆจะรับโหลดมากเกินปกติครับ
ถ้าเอาไว้โชว์ ก็พอได้ครับ แต่อย่าบ่อยก็แล้วกันครับ)
การทำงานของระบบนี้เกิดเนื่องจาก
การที่แม่ปั๊มแรงดันสูงจะปั๊มน้ำมันLHMอยู่ตลอดเวลาที่แคมชาร์ฟหมุน
และจะส่งน้ำมันLHMไปที่ตัวสะสมแรงดันที่เรียกว่าดีลองเตอร์
(เป็นภาษานโปเลียนหนะครับ)
หรืออีกชื่อเรียกว่า
วาล์วสะสมแรงดันกลาง เพื่อสะสมแรงดันในระดับหนึ่ง
แล้วก็จะส่งต่อเมื่อแรงดันมากเกินระดับที่จะกักเก็บเอาไว้ มันก็จะส่งต่อไปที่ส่วนต่างๆเช่น
เบรค พวงมาลัย ช่วงล่าง เอาล่ะครับ ขอว่าถึงเรื่องช่วงล่างเลยนะครับ
(เข้าเรื่องทันทีทันใด อย่างกะหนุ่มวัย18เลยเนอะ) อย่างที่ว่าไว้น่ะครับ
แรงดันสูงที่ว่านี้จะเข้าไปดันในกระบอกช๊อคอยู่เสมอ เมื่อยางแตก
น้ำหนักจะถ่ายเทไปกดลงที่ล้อนั้นทันที แต่จำได้ไหมครับ ว่าระบบวาล์วของคอร์เร็กเตอร์นี้เป็นแบบเลื่อนตัวเปิดและปิดตัวได้
เมื่อมุมกดตกลง
ทำให้เหล็กกันโคลงหมุนเปลี่ยนมุมไปเปิดวาล์วแบบสไลด์ปล่อยให้น้ำมันไหลLHMเข้า
น้ำมันที่มีแรงดันสูง ก็จะไหลผ่านเข้ามาในกระบอกช๊อคอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ดันลูกสูบช๊อคเลื่อนตัวขึ้นโดยแกนช๊อคก็จะเลื่อนไปดันตัวถังรถขึ้นด้วย
จนถึงระดับที่วาล์วปิดตัวซึ่งก็จะได้ระดับตัวถังที่ตรงพอดี ไม่เอียงกระเท่เล่
น้ำมันLHMก็จะไม่ไหลเข้ามาในกระบอกช๊อคอีกครับ
เอาหละครับ
เมื่อกี้ว่าแบบยางแตก ยางแบน แต่มีล้อติดอยู่ไปแล้ว คราวนี้มาดูว่าเมื่อเอาล้อออกไปเลยทำไมมันถึงได้ซ่าต่อไปได้อีกหละ
ดื้อจริงๆเลยนะ มาว่ากันต่อดีกว่าครับ เนื่องจากว่า เราต้องปรับระดับที่ก้านบังคับความสูงในห้องโดยสารให้สูงก่อนนะครับ(ติดเครื่องไว้ด้วยครับ)
แล้วเอาแม่แรงใส่เข้าไว้ที่ที่ขึ้นแม่แรง(ปกติจะโชว์ที่ล้อหลัง แต่ถ้าเกิดยางระเบิดที่ล้อหน้าก็ไม่ต้องกลัวครับขอให้ล้อไม่หลุดออกไปก็เป็นพอครับ
{ซึ่งไม่มีวัน ที่ล้อจะหลุดไปไหนได้ครับ ถ้ายางระเบิด} มันจะทำทุกอย่างตามที่ได้ว่าไปเมื่อกี้ไงครับ
เอ้า!มาเข้าเรื่องต่อครับ )
แล้วไขแม่แรงให้ล้อหลังให้ลอยพ้นพื้นก่อน
จากนั้นก็เอาล้อออกครับ เมื่อเสร็จแล้วก็ค่อยๆปล่อยแม่แรงลงช้าๆนะครับเพื่อรอการสร้างแรงดันให้ตัวถังด้านอื่นยกตัวก่อนครับ
แล้วเจ้าดุมล้อด้านที่ถูกถอดออกไปนั้น ก็จะยกตัวสูงขึ้นไปเองครับ
แต่ที่ล้อทั้งสามจะทำตรงกันข้ามครับ มันจะดันล้อลงพื้นแต่ว่าตัวถังจะถูกดันขึ้นแทน
เนื่องจากล้อทั้งสามดันโลกไม่ไหว เลยยอมดันตัวถังดีกว่าน่ะครับ อิอิ(^_*)
สรุป: แรงดันสูงของน้ำมันLHMจะไหลผ่านวาล์วแบบสไลด์ไปดันลูกสูบแกนช็อคให้ตัวถังยกตัวขึ้น
เมื่อล้อใดไม่มีล้อ น้ำหนักก็จะตกลงที่ล้อนั้น ทำให้ตัวถังเอียงลงมา
และที่ช๊อคของล้อทั้งสามก็จะสร้างแรงยกตัวขึ้น เนื่องจากวาล์วเปิดให้น้ำมันไหลเข้าไปครับ
ขอเสริมอีกนิดก็แล้วกันนะครับ ในเรื่องเหล็กกันโคลง
เหล็กกันโคลงนี้จะเชื่อมต่อกันเป็นเส้นเดียวกัน ระหว่างปีกนกในช่วงล่างด้านหน้า
และ เชื่อมต่อเป็นเส้นเดียวกันทางด้านหลังกับสวิงอาร์มช่วงล่างด้านหลังครับ
ซึ่งเหล็กกันโคลงนี้ มีหน้าที่ป้องกันการเฉหรือเอียงออกไปของปีกนกและสวิงอาร์มหลัง
เมื่อเข้าโค้งแรงๆ เพื่อไม่ให้เสียการทรงตัวเมื่อเข้าโค้งไปน่ะครับ
ทีนี้ซีตรอง ก็นำแท่งเหล็กเส้นเล็กกว่าเหล็กกันโคลงไปขันนัทยึดติดที่"แกนกลาง"ของเหล็กกันโคลงนี้ครับ
และเมื่อปีกนกหน้า และ สวิงอาร์มหลังขยับตัวขึ้นลงในแนวดิ่ง เหล็กกันโคลงก็จะเคลื่อนไหวในแนวหมุนรอบตัวเอง
(แต่ไม่ได้หมุนรอบนะครับเพียงแค่หมุนนิดหน่อยเองครับ) เหล็กเส้นเล็กๆที่ว่านี้ก็จะต่อไปเขี่ยแกนโยกที่ตัวคอร์เร็กเตอร์(มีที่ส่วนด้านหน้ารถและส่วนด้านหลังรถครับ)
เพื่อเลื่อนวาล์วให้น้ำมันLHMไหลผ่านน่ะครับ นอกจากนั้นก็ตามที่ผมได้กล่าวไว้ด้านบนแล้วครับ
ขอบคุณมากนะครับ
ที่อดทนอ่านจนจบได้ครับ (^_^)
(รูปรถยนต์ซีตรองที่ถอดล้อออกนี้ นำมาจากนิตยสารยานยนต์
ตอนนี้ผมยังค้นหาหมายเลขฉบับไม่พบเนื่องจากมีอายุราวๆ20ปีเห็นจะได้ครับ
เมื่อค้นพบต้นฉบับเมื่อไหร่
ผมจะนำหมายเลขต้นฉบับมาลงไว้อีกทีนึงนะครับ)